Miss SUPATTRA
วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555
บัญชีชั้นสูง 2
วิชาบัญชีชั้นสูง 2 เป็นการสอนบัญชีเกี่ยวกับเนื้อหาที่เน้นการลงทุนในธุรกิจ การซื้อกิจการ การควบรวมกิจการ ซึ่งเล่มนี้จะเป็นการรวมความรู้ของวิชาบัญชีที่เคยเรียนมาตั้งแต่ปี 1 มารวมอยู่ในบัญชีเล่มนี้โดยน้องๆ ต้องแม่นทั้งพื้นฐาน และที่สำคัญต้องใช้ความละเอียดในการจัดทำกระดาษทำการงบการเงินรวม รวมทั้งต้องตัดรายการบัญชีที่เป็นรายการระหว่างกัน ของบริษัทใหญ่และบริษัทย่อย
และอย่างที่แจ้งไว้จากเนื้อหาการสอนบัญชีชั้นสูง 1 ว่าบางมหาวิทยาลัยจะสลับเนื้อหาด้านในระหว่าง การสอนบัญชีชั้นสูง 1 และการสอนบัญชีชั้นสูง 2 ซึ่งเวลาน้องๆ จะลงทะเบียนติวบัญชีสด หรือติวบัญชีออนไลน์ ต้องบอกเนื้อหาที่เรียนด้วยนะคะ พี่ๆ ติวเตอร์จะได้จัดหลักสูตรได้ถูก
และอย่างที่แจ้งไว้จากเนื้อหาการสอนบัญชีชั้นสูง 1 ว่าบางมหาวิทยาลัยจะสลับเนื้อหาด้านในระหว่าง การสอนบัญชีชั้นสูง 1 และการสอนบัญชีชั้นสูง 2 ซึ่งเวลาน้องๆ จะลงทะเบียนติวบัญชีสด หรือติวบัญชีออนไลน์ ต้องบอกเนื้อหาที่เรียนด้วยนะคะ พี่ๆ ติวเตอร์จะได้จัดหลักสูตรได้ถูก
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ การรวมธุรกิจ
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ การลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทย่อย
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ งบการเงินรวม ณ วันซื้อหุ้น
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ งบการเงินหลังวันซื้อหุ้น
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ กำไรระหว่างบริษัท เน้นสินค้าคงเหลือ, สินทรัพย์ถาวร, หุ้นกู้
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงในส่วนได้เสียของบริษัทใหญ่
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ ถ้าหุ้นระหว่างบริษัทในเครือ
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ บริษัทย่อยในต่างประเทศ
บัญชีชั้นสูง 1
บัญชีชั้นสูง 1
วิชาบัญชีชั้นสูง 1 เป็นการสอนบัญชีเจาะลึกลงไปสายในธุรกิจแต่ละประเภท เริ่มมีรูปแบบการค้าขายที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเป็นการรวบรวมความรู้ตั้งแต่การสอนบัญชีขั้นต้น, การสอนบัญชีกลาง 1 และการสอนบัญชีกลาง 2 เข้ามาประยุกต์กับการสอนบัญชีชั้นสูง แต่น้องๆ หลายคนบอกพี่เป็นเสียงเดียวกันว่า พอสอบเสร็จหนูลืมหมดแล้วค่ะตั้งแต่เล่มแรก พอฟังแล้วรู้สึก...เฮ้อ...
สำหรับวิชาชั้นสูง พี่จะขอแจ้งให้ทราบก่อนว่าการแบ่งบทเรียนบัญชีในหนังสือจะแยกเป็น 2 แบบ โดยบางมหาวิทยาลัยจะสลับเนื้อหา ของบทเรียนบัญชีชั้นสูง 1 ตามรายละเอียดด้านล่าง ไปอยู่ในเล่มการสอนบัญชีชั้นสูง 2 ซึ่งที่เคยสอนบัญชีหรือติวบัญชีมาจะเป็นสายของ ม.จุฬาลงกรณ์, ม.แม่ฟ้าหลวง และ ม.ธุรกิจบัณฑิต แต่อีกหลายมหาวิทยาลัยจะมีรายละเอียดของการเรียนบัญชีชั้นสูง 1 ดังต่อไปนี้
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ การฝากขาย
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ การผ่อนชำระ
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ สัญญาเช่า
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ การร่วมค้า
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ บัญชีเดี่ยว
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ สำนักงานใหญ่และสาขา
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ การเลิกกิจการและพิทักษ์ทรัพย์
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ การชำระบัญชี
- เรียนบัญชีเกี่ยวกับ ปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา
วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
บัญชีบริหาร
ความหมายของคำว่า "การบัญชี"
คำนิยามที่ใช้กันมาก ได้แก่ คำนิยามของสมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของประเทศสหรัฐอเมริกา AICPA--The American Institute of Certified Public Accountants ให้คำจำกัดความไว้ว่า การบัญชี หมายถึง "การจดบันทึก การจำแนก การสรุปผลและการรายงานเหตุการณ์เกี่ยวกับการเงินโดยใช้หน่วยเงินตรา รวมทั้งการแปลความหมายของผลการปฏิบัติดังกล่าวด้วย"
การบัญชีเป็นงานบริการอย่างหนึ่งที่ให้ข้อมูลเป็นตัวเลขทางการเงินเกี่ยวกับกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ การบัญชีการเงินเป็นสาขาหนึ่งการบัญชี ซึ่งเน้นในเรื่องการรายงานให้ทราบถึงผลการดำเนินงานฐานะการเงินและการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของกิจการรายงานดังกล่าวเรียกว่า "งบการเงิน"
งบการเงิน (financial statement)
งบการเงิน หมายถึง งบกำไรสะสม งบดุล งบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน หมายเหตุงบย่อย และคำอธิบายอื่นซึ่งระบุไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงิน
งบการเงินเป็นผลผลิตของกระบวนการบัญชีการเงินทั้งหมด กระบวนการดังกล่าวดำเนินไปภายในขอบเขตของหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปซึ่งกำหนดว่าข้อมูลใดควรบันทึกไว้ในบัญชีและควรบันทึกเมื่อใดควรวัดค่าข้อมูล และควรเปิดเผยข้อมูลนั้นอย่างไร
ฝ่ายจัดการของกิจการอาจจัดทำงบการเงินขึ้น เพื่อประโยชน์ของตนเองได้หลายวิธีต่าง ๆ ตามที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับวัตถุประสงค์ภายในของกิจการนั้น ๆ แต่เมื่อเป็นงบการเงินที่แสดงแก่บุคคลภายนอก เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน เจ้าหนี้ ลูกจ้าง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป ฯลฯ แล้วงบการเงินดังกล่าวควรสอดคล้องกับมาตรฐานของการบัญชีที่ ก.บช. และสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยกำหนด
ลักษณะขั้นมูลฐานของการบัญชีการเงิน ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของกิจการ รายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร (ขาดทุน) สุทธิ ลักษณะขั้นมูลฐานจะเป็นอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะของสภาพแวดล้อม หรือข้อสมมติขั้นมูลฐานของการบัญชีเป็นสำคัญ
งบดุล (balance sheet)
งบดุล หมายถึง งบแสดงฐานะทางการเงินของธุรกิจ ณ วันใดวันหนึ่งตามหลักการบัญชีที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ซึ่งจะแสดงให้ทราบว่ามีสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของจำนวนเท่าใด
รายละเอียดการแสดงสินทรัพย์ในงบดุลจะเรียงตามสภาพคล่อง โดยเงินสดจะมีสภาพคล่อง โดยเงินสดจะมีสภาพคล่องสูงที่สุดเพราะสามารถจ่ายชำระหนี้ได้เร็วกว่าสินทรัพย์อื่น
งบกำไรขาดทุน (profit and loss statement หรือ income statement)
งบกำไรขาดทุน หมายถึง งบที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการในรอบระยะเวลาบัญชีที่กำหนดแต่จะต้องไม่เกิน 1 ปี เพื่อวัดผลการดำเนินงานของธุรกิจว่ามีรายได้และค่าใช้จ่ายในรอบระยะเวลานั้นเท่าใด และเมื่อนำรายได้หักด้วยค่าใช้จ่ายแล้ว จะเป็นกำไรสุทธิ (net income หรือ net profit) หรือขาดทุนสุทธิ (net loss)
คำนิยามที่ใช้กันมาก ได้แก่ คำนิยามของสมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของประเทศสหรัฐอเมริกา AICPA--The American Institute of Certified Public Accountants ให้คำจำกัดความไว้ว่า การบัญชี หมายถึง "การจดบันทึก การจำแนก การสรุปผลและการรายงานเหตุการณ์เกี่ยวกับการเงินโดยใช้หน่วยเงินตรา รวมทั้งการแปลความหมายของผลการปฏิบัติดังกล่าวด้วย"
การบัญชีเป็นงานบริการอย่างหนึ่งที่ให้ข้อมูลเป็นตัวเลขทางการเงินเกี่ยวกับกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ การบัญชีการเงินเป็นสาขาหนึ่งการบัญชี ซึ่งเน้นในเรื่องการรายงานให้ทราบถึงผลการดำเนินงานฐานะการเงินและการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของกิจการรายงานดังกล่าวเรียกว่า "งบการเงิน"
งบการเงิน (financial statement)
งบการเงิน หมายถึง งบกำไรสะสม งบดุล งบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน หมายเหตุงบย่อย และคำอธิบายอื่นซึ่งระบุไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงิน
งบการเงินเป็นผลผลิตของกระบวนการบัญชีการเงินทั้งหมด กระบวนการดังกล่าวดำเนินไปภายในขอบเขตของหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปซึ่งกำหนดว่าข้อมูลใดควรบันทึกไว้ในบัญชีและควรบันทึกเมื่อใดควรวัดค่าข้อมูล และควรเปิดเผยข้อมูลนั้นอย่างไร
ฝ่ายจัดการของกิจการอาจจัดทำงบการเงินขึ้น เพื่อประโยชน์ของตนเองได้หลายวิธีต่าง ๆ ตามที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับวัตถุประสงค์ภายในของกิจการนั้น ๆ แต่เมื่อเป็นงบการเงินที่แสดงแก่บุคคลภายนอก เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน เจ้าหนี้ ลูกจ้าง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป ฯลฯ แล้วงบการเงินดังกล่าวควรสอดคล้องกับมาตรฐานของการบัญชีที่ ก.บช. และสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยกำหนด
ลักษณะขั้นมูลฐานของการบัญชีการเงิน ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของกิจการ รายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร (ขาดทุน) สุทธิ ลักษณะขั้นมูลฐานจะเป็นอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะของสภาพแวดล้อม หรือข้อสมมติขั้นมูลฐานของการบัญชีเป็นสำคัญ
งบดุล (balance sheet)
งบดุล หมายถึง งบแสดงฐานะทางการเงินของธุรกิจ ณ วันใดวันหนึ่งตามหลักการบัญชีที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ซึ่งจะแสดงให้ทราบว่ามีสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของจำนวนเท่าใด
รายละเอียดการแสดงสินทรัพย์ในงบดุลจะเรียงตามสภาพคล่อง โดยเงินสดจะมีสภาพคล่อง โดยเงินสดจะมีสภาพคล่องสูงที่สุดเพราะสามารถจ่ายชำระหนี้ได้เร็วกว่าสินทรัพย์อื่น
งบกำไรขาดทุน (profit and loss statement หรือ income statement)
งบกำไรขาดทุน หมายถึง งบที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการในรอบระยะเวลาบัญชีที่กำหนดแต่จะต้องไม่เกิน 1 ปี เพื่อวัดผลการดำเนินงานของธุรกิจว่ามีรายได้และค่าใช้จ่ายในรอบระยะเวลานั้นเท่าใด และเมื่อนำรายได้หักด้วยค่าใช้จ่ายแล้ว จะเป็นกำไรสุทธิ (net income หรือ net profit) หรือขาดทุนสุทธิ (net loss)
แม่บทการบัญชี
แม่บทการบัญชี
ข้อสมมติการจัดทำงบการเงิน
1.เกณฑ์คงค้าง (accrual basic) รายการและเหตุการณ์ทางบัญชีจะรับรู้เมื่อเกิดขึ้น (earned) มิใช่เมื่อมีการรับหรือจ่ายเงินสด (realized) หรือได้รับหรือจ่ายสิ่งซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสมดได้ในอนาคต (realizable) นอกจากนี้รายการต่าง ๆ จะบันทึกและแสดงในงบการเงินตามงวดที่เกิดรายการ
ตัวอย่าง
การขายสินค้าเป็นเงินสด หรือ การขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ รายได้เกิดขึ้นแล้วหากมีการโอนความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เป็นสาระสำคัญของความเป็นเจ้าของสินค้าให้กับผู้ซื้อแล้ว ดังนั้นการรับรู้เป็นรายได้ของงวด โดยยึดเรื่องการเกิดขึ้นมิใช่การรับเงิน เป็นเกณฑ์การรับรู้รายได้ แต่ถ้าหากลูกค้าจ่ายเงินล่วงหน้าค่าสินค้า รายได้ยังไม่เกิดขึ้น เพราะยังไม่มีการโอนความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เป็นสาระสำคัญของความเป็นเจ้าของสินค้าให้กับผู้ซื้อ กรณีนี้จะรับรู้เป็นรายได้รับล่วงหน้า หรือหนี้สิน
การจ่ายค่าใช้จ่ายเป็นเงินสด หรือค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้ว หากได้รับการบริการแล้วในงวดนั้น ถึงแม้จะได้จ่ายเป็นเงินสด หรือยังไม่จ่ายเงินก็ตาม ถือเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนั้น โดยยึดการเกิดขึ้นมิใช่การจ่ายเงิน แต่ถ้าหากเป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า ถือว่าค่าใช้จ่ายยังไม่เกิดขึ้น เพราะยังไม่ได้รับบริการในงวดนั้นแต่มีการจ่ายเงินแล้ว กรณีนี้จะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า หรือสินทรัพย์
การใช้เกณฑ์คงค้างในการจัดทำงบการเงิน จะทำให้ข้อมูลที่แสดงในงบการเงินสะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการได้ถูกต้องกว่าเกณฑ์เงินสด (cash basic) เนื่องจากงบการเงินควรแสดงข้อมูลในอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว มิใช่แสดงการรับหรือจ่ายเงินสด หรือรายการเทียบเท่าเงินสด
2.การดำเนินงานต่อเนื่อง (going concern) กิจการไม่มีเจตนาหรือความจำเป็นที่จะเลิกกิจการ หรือลดขนาดของการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ ข้อสมมตินี้มีความสำคัญมากถ้าหากไม่มีข้อสมมตินี้ การกำหนดงวดบัญชี หรือรอบระยะเวลาบัญชีจะยุ่งยากมาก เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่ากิจการจะเลิกเมื่อไร นอกจากนี้การวัดมูลค่าของสินทรัพย์ ไม่อาจใช้ราคาทุนเดิม หรือราคาอื่นที่เหมาะสม แต่ต้องใช้ราคาบังคับขายหากคาดว่าจะมีการเลิกกิจการในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้จะมีปัญหาเรื่องการคิดค่าเสื่อมราคา หรือค่าตัดจำหน่ายของสินทรัพย์ที่เสื่อมสภาพ เพราะไม่สามารถประมาณอายุการใช้งานของสินทรัพย์ได้ และไม่สามารถแยกประเภทรายการสินทรัพย์ และหนี้สินเป็นรายการหมุนเวียน และไม่หมุนเวียนได้ ตลอดจนไม่สามารถรับรู้รายจ่ายฝ่ายทุนเป็นสินทรัพย์แล้วตัดจำหน่ายตามระยะเวลาที่เหมาะสม
แต่ถ้ากิจการมีเจตนาหรือความจำเป็นที่ไม่สามารถใช้เกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องต่อไปได้ เช่นกิจการกำลังอยู่ในสถานะมีหนี้สินล้นพ้นตัว
1.เกณฑ์คงค้าง (accrual basic) รายการและเหตุการณ์ทางบัญชีจะรับรู้เมื่อเกิดขึ้น (earned) มิใช่เมื่อมีการรับหรือจ่ายเงินสด (realized) หรือได้รับหรือจ่ายสิ่งซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสมดได้ในอนาคต (realizable) นอกจากนี้รายการต่าง ๆ จะบันทึกและแสดงในงบการเงินตามงวดที่เกิดรายการ
ตัวอย่าง
การขายสินค้าเป็นเงินสด หรือ การขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ รายได้เกิดขึ้นแล้วหากมีการโอนความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เป็นสาระสำคัญของความเป็นเจ้าของสินค้าให้กับผู้ซื้อแล้ว ดังนั้นการรับรู้เป็นรายได้ของงวด โดยยึดเรื่องการเกิดขึ้นมิใช่การรับเงิน เป็นเกณฑ์การรับรู้รายได้ แต่ถ้าหากลูกค้าจ่ายเงินล่วงหน้าค่าสินค้า รายได้ยังไม่เกิดขึ้น เพราะยังไม่มีการโอนความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เป็นสาระสำคัญของความเป็นเจ้าของสินค้าให้กับผู้ซื้อ กรณีนี้จะรับรู้เป็นรายได้รับล่วงหน้า หรือหนี้สิน
การจ่ายค่าใช้จ่ายเป็นเงินสด หรือค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้ว หากได้รับการบริการแล้วในงวดนั้น ถึงแม้จะได้จ่ายเป็นเงินสด หรือยังไม่จ่ายเงินก็ตาม ถือเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนั้น โดยยึดการเกิดขึ้นมิใช่การจ่ายเงิน แต่ถ้าหากเป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า ถือว่าค่าใช้จ่ายยังไม่เกิดขึ้น เพราะยังไม่ได้รับบริการในงวดนั้นแต่มีการจ่ายเงินแล้ว กรณีนี้จะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า หรือสินทรัพย์
การใช้เกณฑ์คงค้างในการจัดทำงบการเงิน จะทำให้ข้อมูลที่แสดงในงบการเงินสะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการได้ถูกต้องกว่าเกณฑ์เงินสด (cash basic) เนื่องจากงบการเงินควรแสดงข้อมูลในอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว มิใช่แสดงการรับหรือจ่ายเงินสด หรือรายการเทียบเท่าเงินสด
2.การดำเนินงานต่อเนื่อง (going concern) กิจการไม่มีเจตนาหรือความจำเป็นที่จะเลิกกิจการ หรือลดขนาดของการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ ข้อสมมตินี้มีความสำคัญมากถ้าหากไม่มีข้อสมมตินี้ การกำหนดงวดบัญชี หรือรอบระยะเวลาบัญชีจะยุ่งยากมาก เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่ากิจการจะเลิกเมื่อไร นอกจากนี้การวัดมูลค่าของสินทรัพย์ ไม่อาจใช้ราคาทุนเดิม หรือราคาอื่นที่เหมาะสม แต่ต้องใช้ราคาบังคับขายหากคาดว่าจะมีการเลิกกิจการในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้จะมีปัญหาเรื่องการคิดค่าเสื่อมราคา หรือค่าตัดจำหน่ายของสินทรัพย์ที่เสื่อมสภาพ เพราะไม่สามารถประมาณอายุการใช้งานของสินทรัพย์ได้ และไม่สามารถแยกประเภทรายการสินทรัพย์ และหนี้สินเป็นรายการหมุนเวียน และไม่หมุนเวียนได้ ตลอดจนไม่สามารถรับรู้รายจ่ายฝ่ายทุนเป็นสินทรัพย์แล้วตัดจำหน่ายตามระยะเวลาที่เหมาะสม
แต่ถ้ากิจการมีเจตนาหรือความจำเป็นที่ไม่สามารถใช้เกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องต่อไปได้ เช่นกิจการกำลังอยู่ในสถานะมีหนี้สินล้นพ้นตัว
หรือถูกฟ้องล้มละลาย กิจการอาจใช้เกณฑ์อื่นในการจัดทำงบการเงิน แต่ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้กิจการไม่สามารถใช้เกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง รวมทั้งเปิดเผยเกณฑ์บัญชีอื่นที่ใช้ในการจัดทำงบการเงินด้วย
ที่มา
http://admin.ptwit.ac.th/account/?page_id=126
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)